ข่าวประชาสัมพันธ์
ด้วยความห่วงใย จากเทศบาลเมืองต้นเปา เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการพ่นหมอกควันยุงลาย "ทำไมจึงไม่พ่นหมอกควันกำจัดยุงบ่อยๆ"
****ข้อเท็จจริงเรื่องการพ่นหมอกควันกำจัดยุง แบบสั้นๆ**
เห็นหลายคนเข้าใจผิดว่าไม่มีการพ่น หรือพ่นน้อย เป็นสาเหตุทำให้ไข้เลือดออกระบาด ความจริงก็ คือ
1. การพ่นหมอกควัน ไม่ได้เป็นวิธีหลักเพื่อป้องกันการระบาด แต่เป็นวิธีตัดวงจรการระบาด คือ ถ้ามีคนป่วย 1 คน ความหมายคือ มีคนในชุมชนอีก 50 คนที่ป่วยแต่อาจจะอาการไม่หนัก และ แปลว่ายุงในที่นั้นมีเชื้อ การพ่นหมอกควัน จะลดปริมาณยุงตัวแก่ "3-7 วัน" หลังจากนั้น ยุงจะกลับมามีปริมาณเท่าเดิม ดังนั้น มันเป็นการตัดวงจรการระบาดเฉพาะรอบของผู้ป่วยรอบนั้นรอบเดียว ซึ่งตามหลักการ การพ่นหมอกควันเป็นหนึ่งในหลายวิธีที่ต้องทำไปพร้อมกัน ไม่งั้นไม่ได้ผล
2. ถ้าไม่พ่นเข้าบ้านก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ หมอกควันต้องไปถึงตัวยุง
ปัญหาคือหมอกควันฆ่ายุง คือ น้ำมันก๊าดผสมกับยาฆ่าแมลง (100:1)
การพ่นยาอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้าน เปื้อนน้ำมันไปหมด ปัญหาที่พบกัน คือ คนส่วนมากจะปิดประตูหน้าต่างห้ามพ่นยา แล้วไปชี้บอกให้พ่นในท่อน้ำและป่าเรือกสวน ... ซึ่งที่เหล่านั้นไม่ใช่แหล่งยุงลาย ยุงลายชอบอยู่ซ่อนในบ้าน ดังนั้นหากคุณปิดบ้านห้ามคนพ่นยาเข้าบ้านไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ (บ้านเลอะ เสื้อเละ มีคนป่วย ฯลฯ) ก็ต้องซื้อหายาฆ่าแมลงชนิดในตัวอาคารมากำจัดยุงบ้านด้วยตนเอง
3. ถ้าพ่นอย่างเดียว ไม่กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ก็ไร้ค่า เพราะมันฆ่ายุงได้แค่ที่บินไปบินมา ส่วนในแหล่งน้ำก็พอฆ่าได้แต่ไม่ได้ดีนัก พอยุงที่บินไปบินมาตายหมด ผ่านไป 3 วัน 7 วัน ลูกน้ำก็โตขึ้นมากลายเป็นยุง ...
ไข้เลือดออกเป็นโรคที่ถ่ายทอดผ่านจากแม่ยุงไปลูกยุงได้
ดังนั้น ... ยุงที่ขึ้นมาชุดใหม่ก็มีเชื้ออยู่ดี เห็นหลายท่านบ่นบอกว่า พ่นน้อย ไม่พ่นถี่ น้ำยาไม่มีประสิทธิภาพ แป๊บเดียวยุงก็มาเยอะ ...
ที่ยุงเยอะก็เรื่องปกติครับ แปลว่าในละแวกบ้านของท่านเหล่านั้นมีแหล่งเพาะพันธ์ยุงซึ่งไม่ได้กำจัด
สรุป....
ถ้ามีคนมาพ่นยา ก็แปลว่าได้เวลาที่คนในชุมชนต้องร่วมมือกันกำจัดลูกน้ำยุงลายแล้วครับ
ที่มาเรื่อง หมอแมว